ส่วนใหญ่แล้วเวลาที่พูดถึงดนตรี เราก็จะคิดถึงดนตรีว่าเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการสร้างสีสันให้กับชีวิต แต่จากการวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ค้นพบว่าการปลูกฝังดนตรีให้กับเด็กๆ ตั้งแต่ยังเล็กนั้นจะช่วยพัฒนาความสามารถของเจ้าตัวเล็กในหลายๆ ด้าน เช่น ภาษา คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์

                  หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า จะเป็นไปได้อย่างไรกันที่ดนตรีจะช่วยพัฒนาศักยภาพต่างๆ ได้ เราลองมาดูกันดีกว่า ว่าสมองของคนเรานั้นทำหน้าที่อย่างไรกัน สมองคนเราจะเริ่มพัฒนาตั้งแต่วัยทารก ในวัยนี้เซลล์สมองจะเริ่มทำการขยายกิ่งก้านสาขาออกไป ซึ่งเซลล์เหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นมาเมื่อมีสิ่งกระตุ้นต่างๆ เข้ามา ยิ่งเด็กทารกได้รับการกระตุ้นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะเป็นผลดีกับการขยายตัวของเซลล์สมองมากขึ้น หรือจะอธิบายง่ายๆ โดยการเปรียบเทียบสมองของลูกน้อย เป็นเมืองๆ หนึ่ง การที่เค้าได้สัมผัสกับสิ่งแปลกใหม่ เค้าก็จะทำการสร้างถนนขึ้นมาหนึ่งสาย ยิ่งสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ที่มากระตุ้นเค้ามากเท่าไหร่ จำนวนถนน ก็จะยิ่งมากขึ้น การเชื่อมต่อกันของถนนเหล่านั้นก็จะเกิดขึ้นเองตามมา มันก็จะเป็นผลดีกับเค้าในกรณีที่สิ่งกระตุ้นเดิมนั้นเกิดขึ้น เพราะเค้าเองมีถนนสายนั้นๆ รองรับอยู่แล้ว จะเห็นได้ว่าการสร้างเซลล์สมองเหล่านี้เหมือนเป็นการเตรียมตัวของเจ้าตัวเล็กสู่โลกอันกว้างใหญ่ในอนาคต

 

 

                 การที่คุณพ่อ คุณแม่ เปิดโอกาสให้เจ้าตัวเล็กได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ จะเป็นการดีต่อเซลล์สมองของลูกน้อยที่จะแตกกิ่งก้านสาขาออกไป ซึ่งจะเป็นรากฐานที่ดีสำหรับลูกน้อยในอนาคต ในการวิจัยได้ค้นพบว่า ในช่วงวัยนี้ถือเป็นวัยที่สำคัญ เพราะจะเป็นช่วงเวลาที่เซลล์สมองจะแตกกิ่งก้านสาขา เพื่อรองรับและถอดรหัสการกระตุ้นโดยเสียงเพลง ในการค้นคว้ายังพบว่าเด็กทารกแม้จะยังอยู่ในครรภ์แม่ จะคุ้นเคยกับเสียงๆ หนึ่งตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เสียงที่เด็กได้ยินจะเป็นเหมือนเสียงเพลง เป็นเรื่องแปลกถ้าเกิดคุณพ่อ คุณแม่ เปิดเพลงคล้ายๆ กับเสียงในครรภ์คุณแม่ เจ้าตัวเล็กจะหยุดกิจกรรมต่างๆ และตั้งใจฟังเสียงนั้นๆ

 

           เด็กเล็กๆ ที่อายุประมาณ 3 เดือนจะเป็นช่วงวัยที่จะทำการเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆ เข้ากับดนตรี อาจจะประหลาดใจไปมากกว่านี้ก็ได้ ถ้าคุณพ่อ คุณแม่รู้ว่า เจ้าตัวเล็กในวัยนี้สามารถแยกแยะเสียงเพลง และทำนองที่แตกต่างกันได้แล้ว นอกจากนี้เค้ายังสามารถที่จะเลียนเสียงเหล่านั้นได้อีกด้วย จะเห็นได้ชัดเลยว่าเจ้าตัวเล็กนั้นจะจำลักษณะประโยคต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงสูง เสียงต่ำสลับกันไป เด็กๆ จะสนใจในเพลงที่มีท่วงทำนองง่ายๆ มากกว่าท่วงทำนองที่สลับซับซ้อน ผลจากการวิจัยได้มี  การบรรเลงเพลง Mozart  ให้เจ้าตัวเล็กทั้งหลายฟัง จะเห็นได้ว่า เด็กๆ จะให้ความสนใจกับท่อนจบแบบง่ายๆ มากกว่าช่วงอื่นๆ

           จริงๆ แล้วการฝึกฝนดนตรี ก็มีรูปแบบคล้ายกับการสอนภาษาให้เด็กๆ เนื่องจากดนตรีและภาษาจะมีระบบโครงสร้างคล้ายๆ กัน รวมไปถึงการปรับเสียง และจังหวะต่างๆ ช่วงสำคัญในการเรียนรู้ดนตรีคือช่วงที่เจ้าตัวน้อย เริ่มฮัมเพลง ซึ่งจะเกิดในช่วง 6 ปีแรก เหมือนๆ กันกับช่วงที่เจ้าตัวน้อยเริ่มหัดพูด ช่วงนี้เองสมองจะเริ่มเรียนรู้ถึงความแตกต่างของเสียง เจ้าตัวเล็กจะเรียนรู้เสียงต่างๆ โดยการจินตนาการภาพของดนตรีในลักษณะที่แตกต่างกันไป เราเรียกการใช้รูปภาพเป็นตัวกำหนดเสียงนี้ว่า Audiation ซึ่งมันคือความสามารถในการสร้างภาพขึ้นมาในใจเพื่อแทนตัวอักษร หรือคำ นอกจากนี้ Audiation ยังเป็นสิ่งสำคัญในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพทางดนตรีและภาษา

           เด็กๆ นั้นเรียนรู้ดนตรีผ่านการร้อง และเต้น หรือการแสดงออกทางท่าทาง การที่จะพัฒนาศักยภาพทางดนตรีให้ดีขึ้นนั้นควรจะเริ่มด้วยการฝึกให้ลูกน้อยได้ร้องเพลงตั้งแต่ยังเล็ก เพราะเค้าจะเห็นถึงความสัมพันธ์ของท่วงทำนอง และระดับเสียงที่แตกต่างกัน ถึงแม้ว่าเจ้าตัวเล็กจะมีทักษะการฟังและการจับจังหวะที่ดี แต่ไม่ได้ถูกฝึกร้องเพลงมา เค้าก็จะไม่สามารถร้องเพลง หรือเปล่งเสียงออกมาได้อย่างถูกต้อง ผลการสำรวจพบว่าในเด็กอนุบาลมีอัตราความสามารถในการร้องเพลงลดลง อาจจะมีสาเหตุมาจากทางโรงเรียนไม่ค่อยสนับสนุนให้เด็กๆ ร้องเพลงในช่วงขวบปีแรกๆ

 

           เจ้าตัวเล็กเองก็สามารถเคลื่อนไหว และใช้กล้ามเนื้อต่างๆ ในการเล่นเครื่องดนตรี อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางการสอนดนตรีกล่าวว่า “ ให้เปรียบท่วงทำนองของดนตรี เป็นเสมือนกับแหล่งศึกษาด้านต่างๆ ของดนตรีในช่วงเวลาที่ต่างกัน ” การที่จะให้เด็กๆ สามารถจินตนาการภาพขึ้นมานั้น จะต้องเริ่มด้วยการให้เด็กได้เรียนรู้ และสัมผัสเครื่องดนตรีเหล่านั้นด้วยตัวเอง ถ้าเจ้าตัวน้อยไม่ได้มาสัมผัสกับสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่ยังเล็ก การที่จะให้เด็กมาเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับดนตรีตอนโตนั้นจะเป็นการยากกว่า โดยส่วนใหญ่กล้ามเนื้อต่างๆ จะถูกสร้างขึ้นในช่วง 5 ปีแรก หลังจากนั้นจะเป็นการเสริมสร้างให้กล้ามเนื้อเหล่านั้นแข็งแรงมากขึ้น จากการวิจัยพบว่าเด็กส่วนใหญ่ในวัยเรียนไม่สามารถเดินให้เข้ากับจังหวะดนตรีได้ หรือไม่สามารถใช้ภาษาในการจัดกลุ่มการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ เนื่องจากเด็กๆ ไม่ค่อยมีการทำกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้

                   

 

                    มาถึงส่วนนี้ ทุกท่านก็คงเข้าใจแล้วใช่มั้ยล่ะคะว่า ดนตรีมีความสำคัญต่อพัฒนาการของสมอง รวมไปถึงศิลปะ(เช่น การวาด การเขียน)ด้วยนะคะ ซึ่งมีอิทธิผลเช่นกัน  คุณพ่อคุณแม่ที่เห็นความสำคัญแล้วก็อย่าลืมให้ลูกน้อยของคุณปล่อยจินตนาการให้เต็มที่นะคะ หรือใครที่ต้องการเสริมสร้างจินตนาการบ้างก็ไม่ว่ากันนะคะ วันนี้ผู้จัดทำต้องลาไปก่อน  ต้องไปสร้างจินตนาการให้ตัวเองซะหน่อย...=^^=

     เครดิต  by  http://www.gymboree.co.th/2005%20Website%20Template/thai_webpage/knowledge/vol10style3.htm

Comment

Comment:

Tweet

มาเยี่ยมแล้วครับ ok.

#1 By (203.146.122.253) on 2009-07-25 13:55